7 ความคุ้มครอง ตามสิทธิประกันสังคมของแรงงานต่างด้าว

7 ความคุ้มครอง ตามสิทธิประกันสังคมของแรงงานต่างด้าว

7 ความคุ้มครอง ตามสิทธิประกันสังคมของแรงงานต่างด้าว

 

 

 

เงื่อนไขการคุ้มครองชาวต่างด้าว

แรงงานต่างด้าวที่ต้องการจะขึ้นทะเบียนในระบบประกันสังคมจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • จะต้องเป็นแรงงานที่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแสดงตัวแทนหนังสือเดินทาง (Passport) และใบอนุญาตการทำงาน (Work permit)
  • จะต้องผ่านการพิสูจน์สัญชาติ โดยมีหนังสือเดินทางชั่วคราว (Temporary Passport) หรือเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of identity)
    และใบอนุญาตการทำงาน (Work permit) 
  • หากเป็นแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองไทยแต่ได้รับการผ่อนผันให้สามารถทำงานชั่วคราวได้ เมื่อเจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บจากการทำงานต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประกันสังคมเพื่อดำเนินการให้นายจ้างจ่ายเงินทดแทน ซึ่งจะได้รับจำนวนเงินเท่ากับแรงงานไทย

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ชาวต่างด้าวไม่ต้องขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม คือ ชาวต่างด้าวที่เป็นลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ หาบเร่ และการค้าแผงลอย ซึ่งมิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปี หรือมีลักษณะการทำงานเป็นแบบครั้งคราว  

 

สิทธิประโยชน์คุ้มครอง 7 กรณี ดังนี้

  • กรณีคลอดบุตร
  • กรณีการสงเคราะห์บุตร
  • กรณีเจ็บป่วย หรือได้รับอันตรายจากการทำงาน
  • กรณีทุพพลภาพ
  • กรณีชราภาพ
  • กรณีว่างงาน
  • กรณีเสียชีวิต
การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของแรงงานต่างด้าว

การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของแรงงานต่างด้าว

 

การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของแรงงานต่างด้าว

            แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว จะต้องมีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนและนำส่งเงินสมทบตามกฎหมาย
นายจ้าง/สถานประกอบการ จะต้องแจ้งขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวดังกล่าว โดยมีเอกสารประกอบคือใบอนุญาตงาน (Work Permit)
และหนังสือเดินทาง (Passport) หรือ ใบสำคัญประจำตัวต่างด้าว ทางสำนักงานประกันสังคมจึงขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการทราบว่า
แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว รีบแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนและนำส่งเงินสมทบให้ครบถ้วน ภายในระยะเวลา 30 วัน
นับจากวันที่ได้หลักฐานครบถ้วนจากกรมจัดหางาน

ข้อดีของการนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบ MOU

ข้อดีของการนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบ MOU

 

ข้อดีของการนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบ MOU

 

แรงงานต่างด้าวนำเข้าโดยระบบ MOU คือ แรงงานต่างด้าวที่ถูกนำเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
ภายใต้ข้อตกลง MOU ระหว่างรัฐบาลประเทศไทย ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และเวียดนาม
แรงงานต่างด้าวที่เข้าระบบ MOU จะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามที่ทางกฎหมายกำหนด และมีเอกสารประจำตัวครบถ้วน

การนำเข้าแรงงานภายใต้ข้อตกลง MOU จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการได้
อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาแรงงานต่างด้าวแบบเดิม ๆ ได้อีกด้วย โดยนำเข้าแรงงาน MOU มีข้อดีดังนี้

  1. แรงงานที่เข้ามาในประเทศอย่างถูกกฎหมาย

  2. สามารถนำเข้ามาได้จำนวนมาก

  3. สามารถกำหนดทักษะ และความสามารถ แรงงานที่ต้องการได้

  4. เสียค่าใช้จ่ายน้อย

  5. ไม่มีความเสี่ยง

ความแตกต่างระหว่าง แรงงานต่างด้าว MOU และ แรงงานต่างด้าวบัตรชมพู

ความแตกต่างระหว่าง แรงงานต่างด้าว MOU และ แรงงานต่างด้าวบัตรชมพู

 

ความแตกต่างระหว่าง แรงงานต่างด้าว MOU และ แรงงานต่างด้าวบัตรชมพู

 

รงงานต่างด้าว MOU

คือ แรงงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยแบบถูกกฎหมาย ตามเอกสาร หรือหนังสือที่มีการบันทึก ข้อตกลง (Memorandum of Understanding หรือ MOU) ซึ่งแรงงานต่างด้าวสัญชาติ ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และเวียดนาม เป็นแรงงานภายใต้ข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและประเทศต้นทางทั้ง 4 นายจ้างจะต้องยื่นคำขอ แรงงานต่างด้าว โดยระบุคุณสมบัติของแรงงานได้ ไม่ว่าจะเป็น เพศ จำนวนแรงงาน หรือ ทักษะในการทำงาน

 

รงงานต่างด้าว บัตรชมพู

คือ แรงงานที่ได้รับการผ่อนผัน ให้อาศัยอยู่ในประเทศไทย และมีใบอนุญาตทำงาน​ (บัตรชมพู) ทั้งนี้เมื่อใบอนุญาตหมดอายุ แล้วไม่ได้ดำเนินการต่ออายุ แรงงานต่างด้าวจะต้อง เดินทางกลับประเทศของตน โดยการต่ออายุเป็นการทำ MOU กรณีพิเศษ คือ แรงงานต่างด้าวสามารถทำ MOU
ในประเทศไทยได้เลย ไม่ต้ออองเสียเวลาเดินทางกลับประเทศต้นทาง

RE-MOU สัญชาติพม่า

RE-MOU สัญชาติพม่า

RE-MOU สัญชาติพม่า

ปรับสถานะแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย

 

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้สำหรับยื่นปรับสถานะแรงงาน

สำหรับนายจ้าง

บุคคลธรรมดา

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • รูปถ่ายกิจการ 3 รูป
  • แผนที่ตั้ง

นิติบุคคล

  • หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
  • สำเนาบัตรประชาชน (ผู้มีอำนาจลงนาม)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (ผู้มีอำนาจลงนาม)
  • แผนที่ตั้งกิจการ

กรณีไม่ใช่เจ้าของบ้าน

  • สำเนาบัตรประชาชน (เจ้าบ้าน)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าบ้าน)
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่

กรณีเช่าสถานที่

  • สัญญาเช่า
  • สำเนาบัตรประชาชน (ผู้ให้เช่า)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (ผู้ให้เช่า)
  • แผนที่

กรณีรับเหมาก่อสร้าง

  • สำเนาบัตรประชาชนคู่สัญญา (ผู้ว่าจ้าง)
  • สำเนาทะเบียนบ้านคู่สัญญา (ผู้ว่าจ้าง)
  • สำเนาสัญญาว่าจ้างรับเหมาก่อสร้าง (อายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ โฉนดที่ดิน สถานที่ก่อสร้างในสัญญา
  • แผนที่สถานที่ก่อสร้าง

กรณีเป็นกิจการอื่นๆ
ต้องมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น สัญญาเช่าแผง,ทะเบียนการค้า เป็นต้น

  • ค้าขาย,แผงลอย
  • ร้านอาหาร
  • การเกษตร
  • กิจการอื่นๆ

 

สำหรับแรงงาน

  • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
  • รูปถ่าย 1.5 นิ้ว

 

แจ้งเตือนนายจ้าง แจ้งเข้าออกแรงงานต่างด้าว

แจ้งเตือนนายจ้าง แจ้งเข้าออกแรงงานต่างด้าว

 

แจ้งเตือน!! นายจ้างและสถานประกอบการ

นายจ้างและสถานประกอบการที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าว ต้องแจ้ง เข้า-ออก ภายใน 15 วัน
นับตั้งแต่วันที่จ้างและเมื่อคนต่างด้าวออกจากงาน ให้กรมการจัดหางานทราบ
เช่น หากแรงงานต่างด้าวเข้างาน วันที่ 1 ส.ค. 2566 ต้องแจ้งเข้างานภายในวันที่ 16 ส.ค. 2566

หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
จะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า